รับซื้อประมูลแอร์เก่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า
  • th

ขายของเก่าด้วยตัวเอง vs ขายให้ร้านรับซื้อของเก่า แบบไหนคุ้มกว่ากัน?


ขายของเก่าด้วยตัวเอง vs ขายให้ร้านรับซื้อของเก่า แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

ขายของเก่าด้วยตัวเอง vs ขายให้ร้านรับซื้อของเก่า แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

เวลาอยากขายของเก่า หลายคนลังเลระหว่าง

• ลงขายเองในกลุ่มเฟซบุ๊ก/มาร์เก็ตเพลส

• หรือเรียกร้านรับซื้อของเก่ามารับถึงที่

บทความนี้จะช่วยเปรียบเทียบข้อดี–ข้อเสียของทั้งสองวิธี เพื่อให้คุณเลือกแบบที่เหมาะกับตัวเองที่สุด

1. ขายเองในออนไลน์: ได้ราคาสูงขึ้น แต่ใช้เวลามากขึ้น

ข้อดี

• บางชิ้นอาจขายได้ราคาสูงกว่าขายเหมาร้าน เช่น ของสะสม เฟอร์นิเจอร์สวย ๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าสภาพดี

• เลือกคนซื้อเอง ต่อรองราคาเองได้

ข้อเสีย

• ต้องถ่ายรูป ลงประกาศ ตอบแชต นัดดูของ

• เจอ “ถามแล้วหาย” หรือคนต่อราคาแรง

• ถ้าของชิ้นใหญ่/หนัก ต้องหาคนมาช่วยยกและขนย้าย

• ถ้ามีของจำนวนมาก เช่น ของทั้งบ้าน ทั้งร้าน ทั้งออฟฟิศ ขายแบบแยกชิ้นจะเสียเวลามาก

วิธีนี้เหมาะกับคนที่ มีเวลาว่าง ของไม่เยอะ และอยากลองตั้งราคาขายเอง

2. ขายให้ร้านรับซื้อของเก่า: ได้เงินไว เคลียร์พื้นที่เร็ว

ข้อดี

• ร้านมาดูหน้างาน รื้อถอน–ขนย้ายให้ครบ

• คุยครั้งเดียว เหมาทั้งบ้าน/ทั้งร้าน/ทั้งโกดังได้

• ได้เงินสดหรือโอนทันทีหลังปิดงาน

• เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเคลียร์พื้นที่เร็ว เช่น ตอนย้ายบ้าน เลิกกิจการ ส่งคืนพื้นที่ตึก

ข้อเสีย

• ราคาต่อชิ้นอาจไม่สูงเท่าลงขายปลายทางเอง (เพราะร้านต้องแบกรับค่าขนส่ง แรงงาน และความเสี่ยงในการเก็บสต็อก)

วิธีนี้เหมาะกับคนที่ เน้นความสะดวก รวดเร็ว มีของเยอะ หรือมีของชิ้นใหญ่–หนักจำนวนมาก

3. แล้วถ้าอยาก “คุ้มสุด” ควรทำยังไง?

จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอไป คุณสามารถ

• แยกของที่ “ขายปลายทางได้ราคา” เช่น เครื่องเสียงชุดใหญ่ เฟอร์นิเจอร์สวย ๆ หรือของสะสม พวกนี้ลองลงขายเอง

• ที่เหลือ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า แอร์เสีย เศษโลหะ ชั้นเหล็ก เครื่องครัวสแตนเลส ฯลฯ เหมาให้ร้านรับซื้อของเก่าไปทีเดียว

แบบนี้จะช่วยให้คุณได้ทั้ง “ราคาดี” จากบางรายการ และ “ความสะดวก” จากการเหมาเคลียร์ของที่เหลือ

4. เคสที่เหมาะจะใช้บริการร้านรับซื้อของเก่าเป็นพิเศษ

• ย้ายบ้าน/ย้ายออฟฟิศในเวลาจำกัด

• เลิกกิจการร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้า

• ปิดโรงงาน เปลี่ยนไลน์การผลิต

• เคลียร์โกดังเก็บของเก่าที่สะสมมานานหลายปี

ในสถานการณ์แบบนี้ เวลาและแรงงาน มักมีค่ามากกว่าการพยายามขายของทีละชิ้น การเรียกร้านมาประเมินและเหมาทั้งหมดจึงเป็นทางออกที่คุ้มค่ากว่าในภาพรวม

สรุป: เลือกวิธีขายที่เหมาะกับ “เวลา–แรง–ของ” ของคุณ

• ถ้ามีเวลา ของไม่เยอะ อยากตั้งราคาขายเอง → ขายออนไลน์เองได้

• ถ้ามีของเยอะ ของชิ้นใหญ่/หนัก หรือเวลาเร่งรีบ → ให้ร้านรับซื้อของเก่าเข้ามาคุยและประเมินหน้างาน

สุดท้ายไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีไหน สิ่งสำคัญคืออย่าปล่อยให้ของเก่ากลายเป็นภาระอยู่เฉย ๆ ลองมองมันเป็น “ทรัพย์สินชิ้นสุดท้าย” ของบ้าน ร้าน หรือธุรกิจของคุณ ที่ยังเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินได้อยู่เสมอครับ