รับซื้อประมูลแอร์เก่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า
  • th

ขายของเก่าที่บ้านอย่างไรให้ได้ราคาดี? คู่มือมือใหม่แบบทีละขั้นตอน


ขายของเก่าที่บ้านอย่างไรให้ได้ราคาดี? คู่มือมือใหม่แบบทีละขั้นตอน

ขายของเก่าที่บ้านอย่างไรให้ได้ราคาดี? คู่มือมือใหม่แบบทีละขั้นตอน

เวลาย้ายบ้าน รีโนเวท หรือเคลียร์ห้องเก็บของ หลายคนเพิ่งรู้ว่ามี “ของเก่า” กองอยู่เต็มไปหมด ทั้งตู้ โต๊ะ ทีวี เครื่องครัวเก่า แอร์เก่า ฯลฯ ถ้าปล่อยทิ้งก็รกบ้าน แต่ถ้าขายดี ๆ ก็กลายเป็นเงินก้อนหนึ่งได้เหมือนกัน

บทความนี้จะพาคุณมาดูว่า ขายของเก่าที่บ้านอย่างไรให้ได้ราคาดี และต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง

1. สำรวจบ้านก่อนว่า “อะไรขายได้บ้าง”

สิ่งแรกที่ควรทำคือเดินดูรอบบ้าน/คอนโด แล้วจดหรือถ่ายรูปของที่คิดว่าน่าจะขายได้ เช่น

• เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า: ตู้เย็น ทีวี พัดลม เครื่องซักผ้า ตู้แช่

• เฟอร์นิเจอร์: โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ เตียง โซฟา ตู้โชว์

• เครื่องครัวสแตนเลส: เตาแก๊ส โต๊ะสแตนเลส ซิงค์ล้างจาน ชั้นวาง

• แอร์เก่า แอร์เสีย แอร์ที่ไม่ได้ใช้แล้ว

• เศษโลหะ: สแตนเลส เหล็ก อลูมิเนียม ทองแดง ทองเหลือง ฯลฯ

ทิป: อย่าเพิ่งรีบทิ้งอะไรที่เป็นโลหะหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนใหญ่มีมูลค่าขายได้ทั้งนั้น ถึงจะใช้ไม่ได้แล้วก็ตาม

2. แยกประเภทของเก่า ช่วยให้ประเมินราคาได้ง่าย

การแยกหมวดหมู่ทำให้ทั้งเราและร้านรับซื้อของเก่าเข้าใจภาพรวมได้ง่ายขึ้น เช่น

• กองที่ 1: เครื่องใช้ไฟฟ้า

• กองที่ 2: เฟอร์นิเจอร์

• กองที่ 3: เครื่องครัวสแตนเลส / อุปกรณ์ร้านอาหาร

• กองที่ 4: แอร์และอุปกรณ์ทำความเย็น

• กองที่ 5: เศษโลหะต่าง ๆ

จากนั้นลองประมาณ จำนวนชิ้น / ขนาด / น้ำหนักคร่าว ๆ เพื่อบอกร้านได้ว่า “มีเยอะประมาณไหน”

3. ถ่ายรูปให้ชัด คือหัวใจของการประเมินราคา

ถ้าคุณจะขายให้ร้านที่รับซื้อถึงบ้าน ส่วนใหญ่จะขอให้คุณ “ส่งรูปก่อน” เพื่อประเมินราคาเบื้องต้น รูปที่ดีควรมีลักษณะดังนี้

• ถ่ายให้เห็นเต็มชิ้น ไม่ตัดหัว ตัดมุม

• ถ่ายหลายมุม: ด้านหน้า–ด้านข้าง–ด้านบน

• ถ่ายใกล้ ๆ ตรงจุดที่เสีย/ชำรุด เพื่อให้ประเมินตรงไปตรงมา

• ถ้าเป็นงานเหมา เช่น ทั้งห้องครัว ทั้งโกดัง ให้ถ่ายรูปมุมกว้างให้เห็นภาพรวม

ยิ่งรูปชัด รายละเอียดครบ ร้านก็ยิ่งประเมินราคาได้ใกล้เคียงจริงมากขึ้น และลดโอกาส “ต้องต่อรองใหม่ตอนถึงหน้างาน”

4. เลือกร้านรับซื้อของเก่าแบบไหนไม่ให้โดนกดราคา

เวลาค้นใน Google หรือโซเชียล คุณอาจเจอร้านรับซื้อของเก่าหลายเจ้า ลองสังเกตสิ่งเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจ

• มีเบอร์โทร–ไลน์–ชื่อร้านชัดเจน

• มีรูปผลงานรับซื้อหน้างานจริง

• มีรายละเอียดว่า “รับซื้ออะไรบ้าง” ครอบคลุมของของคุณ

• คุยง่าย ตอบคำถามชัดเจน ไม่หมกเม็ด

คุณสามารถถ่ายรูปส่งไลน์ให้เราประเมินราคาเบื้องต้นก่อนได้

5. วันนัดรับของ ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?

ก่อนถึงวันนัด มีสิ่งที่ควรเตรียม ได้แก่

• จัดทางเดินให้รถเข็น/คนงานเข้าออกสะดวก

• แจ้งนิติบุคคล/รปภ. (ถ้าเป็นคอนโด/หมู่บ้าน/อาคารสำนักงาน)

• แยกของที่ “ไม่ขาย” ออกให้ชัดเจน กันยกผิด

• เตรียมบัตรประชาชน/เลขบัญชี ถ้าต้องการให้โอนเงิน

ถ้าร้านมีทีมรื้อถอน–ขนย้ายครบ คุณแทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม แค่คอยดูความเรียบร้อยและรับเงินตามที่ตกลง

6. ขายของเก่าให้คุ้ม คือการได้ทั้ง “พื้นที่” และ “เงิน”

ประโยชน์ของการขายของเก่าไม่ได้มีแค่ได้เงินเท่านั้น แต่ยังช่วย

• เคลียร์บ้าน/โกดัง ให้โล่งและใช้งานได้จริง

• ลดภาระการย้ายของเมื่อย้ายบ้านหรือย้ายออฟฟิศ

• เปลี่ยนของที่ไม่ได้ใช้ให้กลับมามีมูลค่า

ถ้าคุณมีของเก่าจำนวนหนึ่ง ลองสละเวลา 1–2 ชั่วโมงสำรวจและถ่ายรูป แล้วติดต่อร้านรับซื้อของเก่าที่ไว้ใจได้ คุณอาจได้ “เงินก้อนเล็ก ๆ” ที่คาดไม่ถึงกลับมาด้วยครับ