รับซื้อประมูลแอร์เก่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า
หลายบ้าน สำนักงาน หรือร้านอาหารมี “แอร์ตัวเก่า” ที่ไม่ค่อยได้ใช้ หรือเสียแล้วกองอยู่เฉย ๆ บางคนไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ทิ้งก็เสียดาย ขนย้ายก็ลำบาก บทความนี้จะมาเล่าให้ฟังว่า แอร์เก่า แอร์เสียควรทำยังไง และจะขายให้คุ้มได้อย่างไร
แม้แอร์จะเสีย หรือใช้งานไม่ได้แล้ว แต่ภายในแอร์ยังมีส่วนที่นำไปรีไซเคิลได้ เช่น
• ทองแดงในคอยล์
• อลูมิเนียม
• ชิ้นส่วนโลหะต่าง ๆ
ทำให้ร้านรับซื้อของเก่าและแอร์เก่า ยินดีมารับซื้อถึงที่ โดยคิดราคาเป็นเครื่อง/เป็นน้ำหนัก หรือเป็น “ทั้งระบบ” ถ้ามีจำนวนมาก
หลายคนคิดว่า “ถอดเองได้ เดี๋ยวให้ช่างแถวบ้านมายกออก” แต่อาจเจอปัญหา เช่น
• ไม่มีอุปกรณ์ขึ้นที่สูง (ถ้าเป็นแอร์ติดผนังหลายตัว หรือแอร์บนตึก)
• ถอดไม่ถูกวิธี ทำให้ผนัง เพดาน หรือท่อแอร์เสียหาย
• ไม่รู้จะเอาไปทิ้งที่ไหน เพราะแอร์เป็นของชิ้นใหญ่
เพราะแบบนี้การเรียกร้านรับซื้อแอร์เก่าที่มีทีมช่างเฉพาะทาง จึงมักจะสะดวกและปลอดภัยกว่า
เตรียมง่าย ๆ ตามนี้
1. นับจำนวนแอร์ – มีทั้งหมดกี่ตัว กี่ BTU ถ้ารู้รุ่น/ขนาดก็แจ้งไป
2. ถ่ายรูป – ถ่ายให้เห็นตัวเครื่องทั้งคอยล์ร้อน–เย็น และภาพรวมของสถานที่ เช่น ติดระดับไหน อยู่ชั้นอะไร
3. แจ้งสถานที่ – บ้าน/คอนโด/ออฟฟิศ/โรงแรม อยู่ชั้นไหน มีลิฟต์ไหม ทางเดินแคบหรือเปล่า
4. ติดต่อร้านรับซื้อแอร์เก่า – ส่งข้อมูลเหล่านี้ให้ร้านประเมินราคาเบื้องต้น
ร้านที่มีประสบการณ์จะประเมินให้คร่าว ๆ และนัดวันเข้าไปดูหน้างานจริงก่อนตกลงราคา เพื่อให้แฟร์ทั้งสองฝ่าย
ลองดูจาก
• ระบุชัดเจนว่า “รับซื้อแอร์เก่า/แอร์เสีย/แอร์โรงงาน”
• มีทีมงานถอด–รื้อ–ยก–ขนย้ายให้
• มีผลงานรับเหมาแอร์ทั้งตึก/ทั้งโรงงาน
• ให้ข้อมูลราคาและขั้นตอนชัดเจน
ตัวอย่างเช่น ร้านที่บอกตรง ๆ ว่า รับซื้อแอร์เก่า แอร์เสีย ทั้งแอร์บ้าน แอร์สำนักงาน และแอร์โรงงาน พร้อมทีมช่างถอดถอน ดูหน้างานฟรี ไม่จำกัดจำนวน แบบนี้จะช่วยให้คุณมั่นใจได้มากกว่าร้านที่ให้ข้อมูลน้อยหรือคลุมเครือ
• เคลียร์พื้นที่ติดตั้งแอร์ใหม่ได้ทันที
• ไม่ต้องจ่ายค่าขนย้าย–ค่าทิ้งแอร์
• ได้เงินกลับคืนมาแทนที่จะกลายเป็นขยะ
• ลดความเสี่ยงเรื่องน้ำยาแอร์รั่วซึม หรืออันตรายจากการทิ้งไม่ถูกวิธี
ถ้าบ้านหรือออฟฟิศของคุณมีแอร์เก่าที่ไม่ได้ใช้แล้ว ลองถ่ายรูปส่งให้ร้านรับซื้อแอร์เก่าดูก่อน เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สะดวกและคุ้มค่ากว่าปล่อยให้กองทิ้งไว้อย่างเดียวครับ